🔬

Lab 35 — ภาพจากเลนส์นูน (3D)

Images and Converging Lenses — Experiment 35 · หาโฟกัสด้วยแสงขนาน · ศึกษาภาพจริง/ภาพเสมือน · วัดค่าเอง · ม้านั่งเชิงแสง 3 มิติ

3D · three.js KP Science simulation
Part A · หาโฟกัส
แสงขนานจากดวงอาทิตย์ผ่านเลนส์นูนไปรวมที่จุดโฟกัส — ลากจอในภาพหรือใช้แผนภาพด้านล่างจนวงแสงเล็กที่สุด
⚠️ โหลดไลบรารี 3D (three.js) ไม่สำเร็จ — ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ยังใช้แผนภาพรังสี 2D ด้านล่างทำการทดลองได้
📐 แผนภาพรังสี (ตามสเกล) — ลากวัตถุ / เลนส์ / จอ / ตา บนแผนภาพได้ · สเกลแนวตั้งขยาย 2.5× โหมดวัดเอง: ไม่แสดงรังสีและตำแหน่งภาพ — หาเองด้วยจอ
โหมดการทดลอง
ตารางบันทึกผลไม่ถูกลบ
เลือกการทดลอง
📍 ตำแหน่งบนแนวแกน (cm)
วัตถุ
เลนส์
จอ
ตา
แสงเดินทางจากซ้ายไปขวา: วัตถุอยู่ซ้ายเลนส์ · จอ/ตาอยู่ขวาเลนส์
🖐 คำแนะนำ
เลื่อนจอไปมาจนวงแสงบนจอเล็กที่สุด → ระยะเลนส์ถึงจอ = f
📊 ค่าที่วัดได้
s (cm)
—
s′ (cm)
—
f (cm)
—
M (กำลังขยาย)
—
ชนิดภาพ
—
ขนาดภาพ y′
—
เลื่อนจอเพื่อหาตำแหน่งภาพชัด
📋 ตารางบันทึกผล

วัตถุประสงค์

ศึกษาภาพที่เกิดจากเลนส์นูน (converging lens / double convex lens) โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน:

อุปกรณ์ (เสมือนจริง)

การใช้งาน Simulation

Part A — หาความยาวโฟกัสของเลนส์นูน

หลักการ

ความยาวโฟกัสของเลนส์ คือ ระยะจากเลนส์ถึงจุดที่รังสีขนาน (จากวัตถุที่อยู่ไกลมาก เช่น ดวงอาทิตย์) หักเหผ่านเลนส์แล้วไปรวมกันเป็นจุด (จุดโฟกัสหลัง F′) ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของเลนส์

วิธีการทดลอง

  1. เลือก A: หาโฟกัส — แสงอาทิตย์ (แสงขนาน) ส่องจากด้านซ้ายผ่านเลนส์ไปยังจอทางขวา
  2. ลากจอไปมาทางขวาของเลนส์ ดูกล่อง "วงแสงบนจอ" — เมื่อวงแสงเล็กที่สุดเป็นจุด = จออยู่ที่จุดโฟกัส
  3. อ่านตำแหน่งเลนส์และจอจากสเกล (หรือใช้ไม้บรรทัด ↔) → f = ตำแหน่งจอ − ตำแหน่งเลนส์
  4. กรอก f ที่วัดได้ในตาราง กด "บันทึก" → กด 🎲 สุ่มเลนส์ใหม่ ทำซ้ำรวม 3 ครั้ง
⚠️ ข้อควรระวัง: ถ้าใช้ดวงอาทิตย์จริง จุดโฟกัสร้อนมาก ระวังอย่าให้แสงโฟกัสเผาจอหรือมือ และห้ามมองดวงอาทิตย์ผ่านเลนส์

Part B — ศึกษาภาพที่ระยะวัตถุต่าง ๆ

หลักการ

เมื่อวัตถุอยู่ที่ระยะต่าง ๆ จากเลนส์นูน ภาพที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะต่างกัน ทั้งตำแหน่ง ขนาด และทิศทาง สามารถตรวจสอบได้ด้วยสมการเลนส์บาง 1/f = 1/s + 1/s′

วิธีการทดลอง — ภาพจริง (s > f)

  1. เลือก B: ศึกษาภาพ ตั้งค่า f และขนาดวัตถุ y ในแผงขวา
  2. วางวัตถุที่ระยะ s > f ทางซ้ายเลนส์ (ลองทั้ง s > 2f, = 2f และ f < s < 2f)
  3. ลากจอ (อยู่ทางขวาเลนส์ คนละด้านกับวัตถุ) จนภาพในกล่อง "ภาพบนจอ" คมชัดที่สุด — ภาพจะปรากฏบนจอในภาพ 3D ด้วย
  4. วัด s (วัตถุ→เลนส์), s′ (เลนส์→จอ), y, y′ ด้วยสเกล/ไม้บรรทัด แล้วกรอก 4 ค่า → "บันทึก"
  5. ระบบคำนวณ f จาก s, s′ เทียบกับ f จริง และ M = y′/y เทียบกับ −s′/s (ภาพจริงหัวกลับ M เป็นลบ)

วิธีการทดลอง — ภาพเสมือน (s < f)

  1. ลากวัตถุเข้าใกล้เลนส์ให้ s < f — จอรับภาพไม่ได้ กล่องจะเปลี่ยนเป็น "มุมมองของตา"
  2. ตา 👁 อยู่ทางขวาของเลนส์ (ด้านตรงข้ามวัตถุ) มองผ่านเลนส์ไปยังวัตถุ จะเห็นภาพหัวตั้ง ขยาย อยู่ด้านเดียวกับวัตถุ (หลักของแว่นขยาย)
  3. ตำแหน่งภาพเสมือนแสดงเป็นลูกศรเส้นประสีม่วงด้านซ้ายเลนส์ — วัด s′ แล้วใส่เครื่องหมาย ลบ (ด้านเดียวกับวัตถุ) · y′ เป็นบวก (หัวตั้ง) → M เป็นบวก
💡 เทคนิค: ลองวางวัตถุที่ระยะต่าง ๆ — s > 2f, = 2f, ระหว่าง f กับ 2f, = f, < f
⚠️ เมื่อ s ≈ f จะหาภาพยากมาก (รังสีออกจากเลนส์ขนานกัน ภาพอยู่ไกลมากหรือไม่เกิดเลย) · เมื่อ s = 2f ภาพจริงเกิดที่ 2F′ ขนาดเท่าวัตถุ กลับหัว

วิธีบันทึกผล

Part A ครั้งที่ | f วัด (cm) | f จริง | %error Part B s | s′ | y | y′ | f คำนวณ = s·s′/(s+s′) | %error | M = y′/y | −s′/s | ชนิด Auto s | s′ | 1/s | 1/s′ | M | ชนิด → กราฟ 1/s′ กับ 1/s (จุดตัดแกน = 1/f)

วิธีบันทึกผล (โหมดอัตโนมัติ)

  1. ใช้ slider ปรับ s (ระยะวัตถุ) และ f (ทางยาวโฟกัส)
  2. ระบบจะคำนวณ s′, M, ชนิดภาพ อัตโนมัติ พร้อมแสดงรังสีหลัก 3 เส้นทั้งในภาพ 3D และแผนภาพ
  3. กด "บันทึก" เพื่อเพิ่มจุดลงกราฟ 1/s vs 1/s′ · กด "CSV" เพื่อส่งออกข้อมูล

คำถามท้ายการทดลอง

  1. เพราะเหตุใดจอรับภาพจึงต้องอยู่คนละด้านกับวัตถุ (ต่างจากกระจกเว้าที่จออยู่ด้านเดียวกับวัตถุ)?
  2. วัตถุอยู่ที่ 2F ภาพเกิดที่ใด มีขนาดและทิศทางอย่างไร ตรงกับผลการทดลองหรือไม่?
  3. ทำไมเมื่อ s < f จึงจับภาพบนจอไม่ได้ แต่ตามองผ่านเลนส์เห็นได้? ภาพนี้อยู่ที่ไหน?
  4. กราฟ 1/s′ กับ 1/s ควรเป็นเส้นตรงความชันเท่าใด และหาค่า f จากกราฟได้อย่างไร?
📐 กฎเครื่องหมาย (Sign Convention) สำหรับเลนส์
ภาพจริง (Real)
s′ + · y′ − · M −
อยู่หลังเลนส์ (คนละด้านกับวัตถุ) รับบนจอได้ หัวกลับ
ภาพเสมือน (Virtual)
s′ − · y′ + · M +
อยู่ด้านเดียวกับวัตถุ มองเห็นผ่านเลนส์ หัวตั้ง
เลนส์นูน (Converging)
f +
✅ การทดลองนี้ใช้เลนส์นูน
เลนส์เว้า (Diverging)
f −
ให้ภาพเสมือน หัวตั้ง เล็กกว่า เสมอ (Lab 36)

1. เลนส์นูนและจุดโฟกัส

เลนส์นูนหนากลางบางขอบ หักเหรังสีขนานแกนหลักให้ไปรวมกันที่จุดโฟกัส F′ อีกด้านหนึ่งของเลนส์ ที่ระยะ f จากเลนส์ · เลนส์มีจุดโฟกัส 2 จุดสมมาตรกัน (F หน้าเลนส์ และ F′ หลังเลนส์)

รังสีขนานแกนหลักหักเหผ่าน F′ — นี่คือหลักของ Part A (ดวงอาทิตย์อยู่ไกลมาก รังสีจึงขนาน)

2. รังสีหลัก 3 เส้น (Principal Rays)

เลนส์นูน (converging lens) หักเหแสงให้รวมกัน เราใช้รังสีหลัก 3 เส้นจากปลายวัตถุเพื่อหาตำแหน่งภาพ:

scm(f = 10 cm)

จุดที่รังสีทั้ง 3 ตัดกัน (หรือแนวต่อย้อนกลับของรังสีตัดกันด้านวัตถุ) คือตำแหน่งภาพ

3. ภาพ 5 กรณี ตามระยะวัตถุ

ลักษณะของภาพเปลี่ยนตามระยะวัตถุ s เทียบกับ f:

กรณีระยะวัตถุ sระยะภาพ s′ชนิดทิศทางขนาดM
1s > 2f+ (f < s′ < 2f)จริงกลับหัวเล็กกว่า−1 < M < 0
2s = 2f+ (2f)จริงกลับหัวเท่ากันM = −1
3f < s < 2f+ (> 2f)จริงกลับหัวใหญ่กว่าM < −1
4s = f∞ไม่เกิดภาพ (รังสีขนาน)
5s < f− (|s′| > s) ด้านวัตถุเสมือนหัวตั้งใหญ่กว่าM > 1

4. สมการเลนส์บาง (Thin Lens Equation)

1/f = 1/s + 1/s′ M = y′/y = −s′/s

กราฟ 1/s vs 1/s′

จากสมการ 1/s′ = −(1/s) + 1/f → เมื่อ plot 1/s บนแกน x กับ 1/s′ บนแกน y จะได้เส้นตรงความชัน −1 ตัดแกนทั้งสองที่ 1/f จึงหาค่า f ได้จากจุดตัดแกน

🔍 เทียบกับกระจกเว้า (Lab 46): สมการและกรณีภาพเหมือนกันทุกประการ ต่างกันที่ภาพจริงของเลนส์เกิดอีกด้านหนึ่งของเลนส์ (แสงผ่านไป) ส่วนกระจกภาพจริงเกิดหน้ากระจกด้านเดียวกับวัตถุ (แสงสะท้อนกลับ)